ผู้อำนวยการโรงเรียน  

นางสาวดวงแข  เพชรเรือนทอง

ผู้อำนวยการโรงเรียน

   

รอมา 5 ปี!! 'จูโน' ฝ่ารังสีสู่วงโคจรดาวพฤหัสฯ กุญแจไขความลับระบบสุริยะ

รอมา 5 ปี!! 'จูโน' ฝ่ารังสีสู่วงโคจรดาวพฤหัสฯ กุญแจไขความลับระบบสุริยะ

           เมื่อวันจันทร์ที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา ยานอวกาศ 'จูโน' ขององค์การบริหารการบินและบรรยากาศแห่งชาติ หรือ นาซา ประสบความสำเร็จในการเข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัสบดี ดาวเคราะห์ดวงใหญ่ที่สุดในระบบสุริยจักรวาล หลังจากยานลำนี้เดินทางออกจากโลกเมื่อราว 5 ปีก่อน
           แต่การเดินทางเข้าสู่วงโคจรของดาวพฤหัสฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย ยานจูโนต้องฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ ทั้งแรงโน้มถ่วง, รังสี และสนามแม่เหล็ก ซึ่งหากเกิดความผิดพลาดขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย ยานมูลค่าหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลำนี้ก็อาจแหลกเป็นชิ้น หรือหายไปในอวกาศ พร้อมกับความหวังที่จะได้รู้ความลับของดาวก๊าซยักษ์ดวงนี้

โครงการ จูโน

          โครงการ จูโน เป็นหนึ่งในภารกิจสำรวจอวกาศ 'นิว ฟรอนเทียร์' ของนาซา ใช้งบประมาณในการสร้างกว่า 700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยยานจูโนถูกส่งขึ้นสู่อวกาศจากสถานีของกองทัพอากาศ เคป คานาเวรัล เมื่อวันที่ 5 ส.ค. ปี ค.ศ. 2011 และจากความสำเร็จล่าสุดทำให้ จูโน กลายเป็นยานอวกาศลำที่ 2 ต่อจากยาน กาลิเลโอ ที่ได้โคจรรอบดาวพฤหัสบดี (ปี 1995-2003) ชื่อ จูโน มีที่มาจากเทพนิยายกรีกโรมัน โดยเป็นชื่อของ จูโน เทพธิดาผู้เป็นมเหสีของมหาเทพจูปิเตอร์ โดยนางสามารถมองทะลุผ่านเมฆหมอกที่จูปิเตอร์เสกขึ้นมาเพื่อปิดบังการกระทำผิดของตัวเองได้ เปรียบเหมือนยานจูโน ที่กำลังจะมองทะลุกลุ่มเมฆของดาวพฤหัสบดี เพื่อศึกษาความลับของดาวดวงนี้
          ยานจูโนแตกต่างจากยานสำรวจอวกาศลำอื่น ตรงที่ใช้แสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงาน แทนที่จะเป็นพลังงานนิวเคลียร์ โดยจูโนมีแผงโซลาร์เซลล์ขนาดยักษ์ ยาว 8.9 ม. และมีพื้นที่ 24 ตร.ม. คอยรับแสงอาทิตย์ถึง 3 แผง ซึ่งสาเหตุที่ทีมนักวิทยาศาสตร์ของนาซาเลือกใช้พลังงานแสงอาทิตย์ก็เพราะอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ทั้ง 9 เครื่องของยานลำนี้ใช้พลังงานน้อย และวงโคจรที่ยานจูโนจะใช้โคจรรอบดาวพฤหัสบดีไม่มีจุดที่ไม่ถูกแสงอาทิตย์
          กระบวนการนี้มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากยานจูโนต้องติดเครื่องยนต์ที่ระยะห่าง 2,609 ไมล์จากดาวพฤหัสบดีอย่างแม่นยำ เพราะหากติดเครื่องที่ระยะสูงกว่านี้ จูโนจะต้องเคลื่อนตัวเพิ่มขึ้นเพื่อเดินทางไปยังตำแหน่งที่ถูกต้องเพื่อการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งด้วยความเร็วดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่แทบเป็นไปไม่ได้เลย และในเวลาเดียวกันนั้น ยานอวกาศลำนี้ยังต้องเคลื่อนตัวผ่านรังสี ซึ่งเข็มขัดรังสีอันเข้มข้นของดาวพฤหัสฯ สามารถทำให้ยานอวกาศได้รับความเสียหายอย่างง่ายดาย เส้นทางโคจรของยานจูโนจึงถูกออกแบบมาให้หลีกเลี่ยงพื้นที่ที่มีรังสีเข้มข้นที่สุด
          อันตรายยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ยานจูโนยังต้องหลีกเลี่ยงจากการมีปฏิกิริยากับสนามแม่เหล็กของดาวพฤหัสบดีมากเกินไป เนื่องจากมันจะขัดขวางการทำงานของระบบสื่อสาร แม้ว่ายานจูโนจะถูกห่อหุ้มด้วยไทเทเนียมกันรังสี เพื่อป้องกันไว้ก่อนในกรณีที่เกราะไทเทเนียมนี้ไม่เพียงพอต่อการป้องกันรังสีและสนามแม่เหล็ก
          หลังจากนี้ยานจูโนจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ในการเคลื่อนตัวไปยังวงโคจรผ่านขั้วโลก ซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้าย และจะใช้เวลาตลอดปีหน้าในการปฏิบัติภารกิจทางวิทยาศาสตร์ ก่อนที่ภารกิจของยานลำนี้จะสิ้นสุดลงในเดือน ก.พ. 2018 ด้วยการตั้งใจพุ่งชนชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสบดี เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดจนยานไปตกที่ดวงจันทร์ยูโรปา และทำให้ดาวบริวารดวงนี้แปดเปื้อน

ที่มา : https://www.thairath.co.th



     มีการคาดการณ์ในปี พ.ศ.2573 การเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับอ่อนในสหรัฐอเมริกา
จะทะยานขึ้นสู่อันดับ 2 ของการ
เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง เนื่องจากมะเร็งชนิดนี้มัก
ตรวจพบก็ต่อเมื่ออยู่ในระยะที่ยากต่อการรักษา แต่เมื่อเร็วๆนี้ นักวิจัย

จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานดิเอโก ในอเมริกา ได้เผยถึงผล
การวิจัยใหม่ที่ทำให้การหาสัญญาณของโรค
มะเร็งตับอ่อนเป็นเรื่องง่ายขึ้น
และไม่ต้องใช้วิธีผ่าตัดแบบที่ตัดเอาชิ้นเนื้อในเนื้องอกมาตรวจ หรือผ่านขั้นตอน

วินิจฉัยที่ต้องใช้เวลานาน
     ทีมนักวิจัยใช้การตรวจเลือดเพื่อหาดัชนีชี้วัดทางชีวภาพหรือตัวบ่ง
ชี้ทางชีวภาพ (biomarkers) ของมะเร็งตับอ่อน
โดยรวบรวมและวิเคราะห์
โครงสร้างทางชีววิทยาขนาดนาโนที่เรียกว่าเอ็กโซโซม (exosomes)
ซึ่งถูกปล่อยออกจาก
เซลล์ในร่างกายรวมถึงเซลล์มะเร็ง
เอ็กโซโซมจะมีโปรตีนและสารพันธุกรรมที่สามารถใช้เป็นตัวบ่งชี้ทางชีวภาพใน

ไม่กี่นาที และวิธีการนี้สามารถให้ผลลัพธ์ได้เร็วในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
     งานวิจัยนี้คือการรวมขั้นตอนการเตรียมตัวอย่างที่ซับซ้อนรวมถึง
ขั้นตอนที่ต้องใช้เวลานานให้กลายเป็นการทดสอบที่

ทำได้ง่ายและเร็วขึ้น เพียงใช้หยดเลือดบนชิปอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก
ดูปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นภายใต้กล้องจุลทรรศน์

นักวิจัยเผยว่า ในอนาคตแพทย์อาจใช้วิธีทดสอบแบบนี้
เพราะมีความรวดเร็วในการวินิจฉัยผู้ป่วยที่อาจไม่ทราบว่า

ตนเองเป็นโรคมะเร็งตับอ่อนให้สามารถรักษาได้ทันท่วงที.

ที่มา : https://www.thairath.co.th




   

คู่มือนักเรียนและผู้ปกครอง  

   

KPAOS Registration  

   

กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  

   

ระบบบริหารจัดการโรงเรียน  

   
© KPAOS WebMasters : DarkKnife